FUN88 จุดเริ่มต้นปัญหา!เผยราฮีม-โกเมซพูดอะไรท้ายเกมที่แอนฟิลด์

FUN88 เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ระบุคำพูดที่ ราฮีม สเตอร์ลิง พูดกับ โจ โกเมซ ในช่วงท้ายเกมที่ ลิเวอร์พูล ชนะ แมนฯ ซิตี้ 3-1 โดยที่ สเตอร์ลิง พูดด้วยความเดือดดาลสุดขีด ก่อนที่ สเตอร์ลิง จะก่อเรื่องฉาวกับอีกฝ่ายในแคมป์เก็บตัวของทีมชาติอังกฤษ

FUN88

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ เปิดเผยคำพูดที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พูดกับ โจ โกเมซ กองหลัง ลิเวอร์พูล ในช่วงท้ายเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ “หงส์แดง” เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ “เรือใบสีฟ้า” 3-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน

ที่ผ่านมา สเตอร์ลิง กับ โกเมซ เพิ่งตกเป็นประเด็นร้อนหลังจากที่รายแรกถึงขั้นพยายามที่จะเข้าไปบีบคออีกฝ่าย ตอนที่พวกเขาเจอกันที่ เซนต์ จอร์จส์ พาร์ค

ศูนย์เก็บตัวของทีมชาติอังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา หลังจากที่ สเตอร์ลิง ยังอารมณ์ค้างจากการที่ทีมของเขาแพ้ และจากการที่เขากระทบกระทั่งกับ โกเมซ ในนัดดังกล่าว   ทั้งนี้ เดอะ มิร์เรอร์ ติดต่อให้ ทิน่า แลนนิน นักอ่านริมฝีปากรายหนึ่ง

มาช่วยอ่านริมฝีปากของทั้งคู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในช่วงท้ายเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่เหตุการณ์จะลามมาถึงในศูนย์เก็บตัว ซึ่ง แลนนิน ก็บอกว่าหลังจากที่ โกเมซ ผลัก สเตอร์ลิง แล้วนั้น ดาวเตะ แมนฯ ซิตี้ ก็เดินตรงกลับไปหาอีกฝ่าย พร้อมกับพูดว่า

“อย่ามาหือกับกูดีกว่าว่ะ โจ อย่ามาหือกับกูเชียว” ด้าน โกเมซ ตอบกลับไปว่า “come on!” ซึ่งตรงนี้สามารถแปลได้สองแบบ ประกอบด้วย “ก็มาสิวะ!” และ “ไม่เอาน่า!” โดยถึงแม้จะไม่เป็นที่แน่ชัดว่า โกเมซ ต้องการสื่อถึงแบบไหน แต่หลังจากนั้น เจมส์ มิลเนอร์

และ เดยัน ลอฟเรน 2 นักเตะ ลิเวอร์พูล ก็เข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกันได้ทันก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายในระหว่างการแข่งขัน

ไม่เป็นธรรม!แมนซิตี้ร้องวีเออาร์สุดห่วยเกมพ่ายลิเวอร์พูล

 เดอะ ไทม์ส สื่อของอังกฤษ ระบุ แมนฯ ซิตี้ ร้องเรียนกับองค์กรผู้ตัดสินแมตช์เกมฟุตบอลระดับอาชีพว่าในเกมที่พวกเขาแพ้ ลิเวอร์พูล นั้น วีเออาร์ ทำงานได้แย่สุดๆ โดยพวกเขาไม่ใช่ทีมเดียวที่เขียนจดหมายร้องเรียนในเรื่องการทำงานของ วีเออาร์ @ufa-123

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยื่นเรื่องร้องเรียนความผิดพลาดในการทำงานของ วีเออาร์ กับทางองค์กรผู้ตัดสินแมตช์เกมฟุตบอลระดับอาชีพ (พีจีเอ็มโอแอล) หลังจากไม่พอใจการตัดสินของ โอลิเวอร์ ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ “เรือใบสีฟ้า” ออกไปแพ้ ลิเวอร์พูล 1-3

ถึงสนาม แอนฟิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตามรายงานของ เดอะ ไทม์ส สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี ทีมของกุนซือ โจเซป กวาร์ดิโอล่า มองว่าพวกเขาได้รับการตัดสินที่ไม่เป็นธรรมหลายครั้งในนัดดังกล่าว อย่างเช่นจังหวะที่น่าจะได้ลูกจุดโทษถึง 2 ครั้ง

จากการที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวา ลิเวอร์พูล เหมือนจะทำแฮนด์บอล โดยหนึ่งในการอดได้ลูกจุดโทษจังหวะนั้นนำไปสู่การที่ แมนฯ ซิตี้ เสียประตูด้วย แถมพวกเขายังคิดว่า ซาดิโอ มาเน่ ปีกคนเก่งของ “หงส์แดง” ไปผลัก ราฮีม สเตอร์ลิง ดาวเตะคนสำคัญเช่นกัน

นอกจาก แมนฯ ซิตี้ แล้วนั้น ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน กับ แอสตัน วิลล่า ก็เขียนจดหมายร้องเรียนความผิดพลาดของ วีเออาร์ กับทาง พีจีเอ็มโอแอล ด้วย

โดยที่จริงบรรดาผู้บริหารของสโมสรใน พรีเมียร์ลีก จะเข้าหารือกับ พีจีเอ็มโอแอล เพื่อพูดคุยถึงประเด็นการทำหน้าที่ของ วีเออาร์ ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายนนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น)

หลังจากความไม่คงเส้นคงวาในการใช้งาน วีเออาร์ กลายเป็นประเด็นร้อนในพักหลังเป็นที่เชื่อกันว่าในการประชุมครั้งนี้นั้น ทางคนใหญ่คนโตของเหล่าทีมใน พรีเมียร์ลีก จะเรียกร้องให้มีการออกกฎว่าต่อไปนี้กรรมการจะต้องดูจอมอนิเตอร์ที่ข้างสนามเวลาที่มีการตรวจคลิปด้วยระบบ วีเออาร์

แต่มันก็มีรายงานว่า ไรลี่ย์ จะยืนกรานในที่ประชุมว่าจะไม่มีการเปลี่ยนนโยบายใดๆ ทั้งนั้น นั่นรวมถึงการจะยังไม่ใช้จอมอนิเตอร์ด้วย

บทพิสูจน์กับเรื่องนอกสนามครั้งใหม่ของ ราฮีม สเตอร์ลิง

ในเรื่องฝีเท้านั้น ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกชาวอังกฤษของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็น 1 ในนักเตะที่เก่งที่สุดของยุคนี้ ผลงานและความสำเร็จตลอดการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของแข้งวัย 24 ปีถือเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี ขนาด ชาบี เอร์นานเดซ ตำนานมิดฟิลด์ บาร์เซโลน่า ยังเคยบอกเลยว่า สเตอร์ลิง อาจจะเป็นนักเตะเบอร์ 1 ในโลกฟุตบอลได้เลยเมื่อหมดยุคของ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไปแล้ว ติดต่อเรา

 ถึงกระนั้น สเตอร์ลิง ก็มักจะตกเป็นประเด็นกับเรื่องนอกสนามอยู่บ่อยครั้งเช่นกัน ประเด็นการมีอารมณ์ร่วมสูงเกินไปจนพยายามจะมีเรื่องกับ โจ โกเมซ กองหลัง ลิเวอร์พูล ในแคมป์เก็บตัวของทีมชาติอังกฤษเมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา คือกรณีล่าสุด ซึ่งบางเรื่องเขาเป็นฝ่ายถูก และบางเรื่องเขาก็เป็นฝ่ายผิด และวันนี้เราจะมาย้อนดูข่าวนอกสนามเด่นๆ ของเขากัน

 – ข่าวทำร้ายร่างกายอดีตแฟน

    คนเป็นวัยรุ่นมักจะถูกมองว่าเป็นพวกเลือดร้อนเป็นธรรมดา ยิ่งเป็นคนดังแล้วก็มักจะโดนเพ่งเล็งมากเป็นพิเศษ ซึ่งเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2013 สเตอร์ลิง ก็ตกเป็นข่าวดังในประเทศอังกฤษ หลังจากที่เขาโดนจับเพราะถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย ชาน่า แอนน์ โรส ฮัลลิเดย์ อดีตแฟนสาวของตัวเองที่เป็นนางแบบ

   – สูบบารากุ

    ในช่วงเดือนเมษายน ปี 2015 สเตอร์ลิง ตกเป็นข่าวฉาวอีกครั้ง หลังจากที่ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของประเทศอังกฤษนำเสนอภาพที่ชัดระดับเอชดีว่าเขาไปสูบบารากุอย่างเพลิดเพลิน ทั้งที่ตอนนั้นมันยังอยู่ระหว่างการแข่งขันฤดูกาล 2014-15

 

ถึงแม้บางคนจะเชื่อว่า บารากุ สามารถช่วยกำจัดสารพิษ และเป็นเหมือนตัวช่วยทำให้มีกำลังวังชา แต่หลายคนมองว่ามันเป็นสิ่งเสพติดที่ควรจะหลีกเลี่ยง แถมหลังจากนั้น เดอะ ซัน ยังไปขุดคุ้ยจนมารู้อีกว่าสารที่ สเตอร์ลิง สูบในตอนนั้นคือ ก๊าซไนตรัสออกไซด์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ก๊าซหัวเราะ” ซึ่งถ้าสูบแค่นิดเดียวก็อาจจะไม่อันตรายอะไร และแค่ทำให้คนสูบหัวเราะแบบร่าเริง แต่ถ้ามากเกินไปก็อาจจะถึงขั้นทำให้ตายได้เลย

   – รอยสักเอ็ม 16

    ปืนคือสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความรุนแรง ดังนั้นการทำอะไรก็ตามที่ดูเหมือนเป็นการสนับสนุนในเรื่องนั้นก็มักจะโดนวิจารณ์อย่างหนัก สเตอร์ลิง เองก็เคยเจอเรื่องนั้นมากับตัว หลังจากมีการจับภาพได้ว่าเขาทำรอบสักรูปปืนเอ็ม 16 บนขาของตัวเอง ทำเอากลุ่มต่อต้านความรุนแรงด่าเขาอย่างเต็มที่

    – การต่อสู้กับการเหยียดผิว

    แม้ว่าวงการฟุตบอลจะพยายามรนรงค์ให้แฟนฟุตบอลเลิกทำการเหยียดผิวและการเหยียดเชื้อชาติ แต่มันก็ยังเกิดเรื่องแบบนั้นอยู่เรื่อยๆ แฟนบอลอังกฤษบางส่วนเองก็อยู่ในกลุ่มนั้น และช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สเตอร์ลิง คือคนที่โดนเหยียดผิวหนักมากที่สุดคนหนึ่งในวงการลูกหนังเมืองผู้ดี